ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต
แต่เดิมนั้นอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ใช้ในกิจการทางทหารของสหรัฐอเมริกาชื่อ อาร์พาเน็ต (ARPANET : Advanced Research Projects Agency Network) ซึ่งเริ่มใช้ในกิจการเมื่อประมาณ พ.ศ. 2512 ภายหลังมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งขอร่วมเครือข่าย โดยเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยกับเครือ ข่ายดังกล่าว เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาและการวิจัย ต่อมาเมื่อมีการใช้เทคนิคการสื่อสารโต้ตอบที่เรียกว่า โพรโทคอล (Protocol)แบบเฉพาะของอินเตอร์เน็ตที่ เรียกว่า Transmission Control Protocol / Internet Protocol (TCP/IP) เครือข่ายนี้จึงได้รับความนิยมต่อเนื่องและมีคอมพิวเตอร์มาเชื่อมโยงมากขึ้นจน กระทั่งกลายเป็นเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ประเทศไทยเริ่มสนใจและติดต่อกับอินเตอร์เน็ต
ตั้งแต่ พ.ศ.2530 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตหาดใหญ่)และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ซึ่งในปี พ.ศ.2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตหาดใหญ่) นับเป็นที่อยู่ของอินเตอร์เน็ตแห่งแรกของประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่ (Address) ชื่อ sritrang.psu.th
พ.ศ. 2534 เป็นปีที่มีการนำอินเตอร์เน็ตเข้ามาอยู่ในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เช่าสายเป็นสายความเร็วสูงต่อเชื่อมกับเครือข่าย UUNET ของบริษัทเอกชนที่รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อมามหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าและมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ ได้ขอเชื่อมต่อผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเรียกเครือข่ายนี้ว่า “ไทยเน็ต” (THAInet) นับเป็นเกตเวย์ (Gateway)แรกสู่เครือข่ายอินเตอร์ เน็ตสากลของประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC: National Electronic and Computer Technology Centre)ได้ จัดตั้งกลุ่มเครือข่ายประกอบด้วยมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง เรียกว่า เครือข่าย “ไทยสาร” ต่อเชื่อมกับเครือข่าย UUNETด้วยนับเป็นเกตเวย์สู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตแห่ง ที่สอง
บทบาทของอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบันเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่ทำให้วิถีชีวิตของคนปัจจุบันทันสมัยทันเหตุการณ์ เพราะอินเตอร์เน็ตจะเสนอข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยทุกวัน อีกทั้งเป็นแหล่งสารสนเทศสำหรับทุกวงการซึ่งสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ความหมายของอินเตอร์เน็ต
คำว่าอินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นคำย่อของ Internetwork หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเชื่อมโยงเครือข่ายย่อยจำนวนมากมายมหาศาล นับตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้งานภายในบ้านและสำนักงานไปจนถึงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ในโรงงานอุตสาหกรรมและอินเทอร์เน็ตสามารถทำให้คนเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของโลก บริการพื้นฐานของอินเตอร์เน็ต
1. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail : Electronics Mail) ใช้ในการส่ง และรับข่าวสารผ่านระบบเครือข่าย
2. การทำงานข้ามเครื่องหรือการขอเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในระยะไกล (Telnet) เป็นบริการการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่อง ทำให้ใช้งานเครื่องบริการที่อยู่ไกล ๆ ได้ โดยจะใช้เครื่องบริการนี้เป็นเครื่องควบคุมในการสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ
3. เพื่อการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล (FTP : File Transfer Protocal) เป็นบริการโอนย้ายข้อมูลในอินเตอร์เน็ตโดยทำการส่งผ่านไฟล์จากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งอาจส่งจากเครื่องใดเครื่องหนึ่งมายังเครื่องเราเรียกว่า การดาวน์โหลด (Download) หรือการส่งจากเครื่องเราไปเครื่องอื่นเรียกว่า การอัพโหลด (Upload)
4. การแลกเปลี่ยนสารสนเทศซึ่งกันและกัน หรือกลุ่มข่าวที่น่าสนใจ (Usenet) เป็นบริการที่
เสมือนเป็นกระดานประกาศขายสินค้า หรือแสดงความต้องการเพื่อให้ผู้สนใจตรงกัน หรือคล้าย ๆ กัน ได้ส่งข่าวติดต่อกันข่าวที่นำมาเสนอไว้อาจจะเกี่ยวกับสังคม กีฬา ศาสนา วัฒนธรรม เทคโนโลยี ปรัชญา ฯลฯ โดยที่ ท้ายข่าวจะมีที่อยู่ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อถึงกันได้
5. การสนทนาบนเครือข่าย (Talk) และ Internet Relay Chat : IRC บริการนี้จะแตก
ต่างจากจดหมายซึ่งเขียนไปไว้ที่ตู้ไปรษณีย์ของผู้รับคือ ผู้ส่ง ผู้รับโต้ตอบกันทางตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นให้สามารถพูดโต้ตอบกัน
ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้ดังเช่นพูดกันทางโทรศัพท์
6. การสืบค้นข้อมูลและไฟล์ข้อมูล (Gopher/Archie) เป็นบริการที่เปรียบเสมือนตู้บัตรคำในห้องสมุดที่สามารถค้นชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง ชื่อที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้การค้นต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วมาก ผู้ใช้เพียงเข้าไปค้นเมนูที่โปรแกรมนี้ทำไว้เมื่อพอใจดูเรื่องใดก็ใช้เมนูนั้นผ่านเข้าไปยังเรื่องหรือสิ่งที่ต้องการได้ทันที
7. เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web : WWW) หรือที่มักเรียกกันว่าเครือข่ายใยแมงมุมเป็นบริการทางอินเทอร์เน็ตที่มีผู้คนนิยมใช้กันมาก เพราะนอกจากการค้นหาข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้แล้ว ยังสามารถหาความบันเทิงได้หลากหลายรูปแบบบนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว แฟ้มภาพ วีดิทัศน์หรือแม้กระทั่งการดูภาพยนตร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
8. บริการสารสนเทศในวงกว้าง (Wide Area Information Server : WAIS) เนื่องจากฐานข้อมูลที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ตมีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ไม่สะดวกในการค้นหา จึงต้องมีบริการนี้ขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลที่กระจายอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้การค้นหาข้อมูลสะดวกและรวดเร็วขึ้น
9. สิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Publisher) ปัจจุบันหนังสือพิมพ์ วารสาร และนิตยสารหลายประเภท เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด TIME ELLE ฯลฯ ได้มีการบรรจุเนื้อหาและภาพที่ลงพิมพ์ในสิ่งพิมพ์เหล่านี้ลงในเว็บไซต์ของตน เพื่อให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้อ่านเรื่องราวเช่นเดียวกับการอ่านหนังสือที่เป็นเล่ม นอกจากสิ่งพิมพ์
แล้วยังมีเอกสารและตำราวิชาการที่นำเนื้อหาบรรจุลงในอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ค้นหาความรู้ได้ด้วย
10. สมุดรายชื่อ เป็นการตรวจหารายชื่อและที่อยู่ของผู้ที่เราต้องการจะติดต่อด้วยในอินเทอร์เน็ต โปรแกรมที่นิยมใช้กัน ได้แก่ Finger และ Whois
ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่ายเปิดและสามารถติดต่อเชื่อมโยงตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ประกอบด้วยข้อความ ภาพ และเสียง ที่มีผู้นำเสนอไว้ได้โดยผ่านรูปแบบและเนื้อหาที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นยังสามารถเป็นที่สื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ แนวคิดที่หลากหลาย เช่น ด้านการเมือง การอุตสาหกรรม การแพทย์ ศาสนา สิ่งแวดล้อม ดนตรี กีฬา การค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรม เป็นต้น ซึ่งสรุปกิจกรรมหลัก ๆ ได้ดังนี้
1. การติดต่อสื่อสาร การรับส่ง E-mail เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นอกจาก
สามารถรับส่งจดหมายผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังสามารถเข้ากลุ่มสนทนา (Chat) แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่าง ๆ และในทางการศึกษาก็ยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการส่งการบ้านหรือรายงานได้อีกด้วย
2. การทำธุรกิจออนไลน์ ในปัจจุบันหน่วยงานธุรกิจต่าง ๆ ได้นำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการให้บริการและการทำธุรกิจ โดยเฉพาะในการซื้อขายสินค้า
3. การศึกษาวิจัย สถาบันการศึกษาจำนวนมากได้นำเสนอแบบเรียนผ่านเว็บไซด์ และ
บางสถาบันได้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแนวทางหนึ่งของการสอนแบบการศึกษาทางไกล (Distant Learning) มีการทำห้องสมุดเสมือน (Virtual Library) เพื่อให้ผู้เรียน
เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ โดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตลอดจนเผยแพร่บทความและงานวิจัยต่าง ๆ
4. การบันเทิง ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถฟังเพลง ดูภาพยนตร์ อ่านหนังสือ หรือแม้แต่เล่นเกมส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ได้
สรุป
Internet มาจากคำว่า International Network ความหมายก็คือเครือข่ายนานาชาติ หรือเครือข่ายสากล เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่เกิดจากคอมพิวเตอร์กว่า 60 ล้านเครื่องทั่วโลกมาเชื่อมโยงกัน และแลกเปลี่ยนข่าวสารกันตลอด 24 ชั่วโมง การที่คอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันหลายชนิดจำนวนมากมายทั่วโลก จะมาเชื่อมโยงกันได้มันจะต้องใช้ภาษาเดียวกันจึงจะเข้าใจกัน ภาษากลางที่ว่านี้มีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า Protocol และ Protocol ที่นำมาใช้กับอินเทอร์เน็ตมีชื่อเรียกว่า TCP/IP
ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตถูกเอาไปใช้งานในด้านต่าง ๆ มากมาย ทั้งในด้านสื่อสาร เช่น อีเมล์, โทรศัพท์, Chat ในด้านแหล่งความรู้และความบันเทิง ในด้านจับจ่ายสินค้าและบริการ และที่สำคัญที่สุดก็คือในด้านการศึกษา ซึ่งนับวันอินเทอร์เน็ตจะยิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น